26 มิ.ย วันสุนทรภู่ นักกวีเอกแห่งสยาม มิ.ย.28

Tags

Related Posts

รวมของฟรี โปรโมชันดีๆ

รับข่าวสารทาง Email:

powered by Google

ส่งต่อบทความนี้ให้เพื่อน

26 มิ.ย วันสุนทรภู่ นักกวีเอกแห่งสยาม

1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (1 votes, average: 5.00 out of 5)
Loading ... Loading ...

สุนทรภู่

วันสุนทรภู่

26 มิ.ย วันสุนทรภู่ นักกวีเอกแห่งสยาม

ประวัติส่วนตัว “สุนทรภู่”

สุนทรภู่ นักประพันธ์สำคัญยุคต้นรัตนโกสินทร์ กำเนิดวันจันทร์ เดือน 8 ขึ้น 1 เย็น ปีม้า จ.ศ. 1148 เวลา 2 นาฬิกาเช้าตรู่ หรือตรงกับวันที่ 26 เดือนมิถุนายน พุทธศักราช 2329 เวลา 08.00 น. นั่นเอง ซึ่งตรงกับยุครัชกาลที่ 1 ที่กรุงรัตนโกสินทร์ ณ บริเวณทางด้านเหนือของวังหลัง (รอบๆสถานีรถไฟบางกอกน้อยปัจจุบันนี้)

พ่อของท่านเป็นชาวกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ชื่อบิดาพลับ ส่วนมารดาเป็นชาวเมืองฉะเชิงเทรา ชื่อแม่ช้อย สันนิษฐานว่าแม่เป็นข้าราชบริพารอยู่ในพระราชวังหลัง เชื่อว่าภายหลังจากสุนทรภู่กำเนิดได้ไม่นาน บิดามารดาก็หย่าร้างกัน บิดาออกไปบวชอยู่ที่วัดป่ากร่ำ ตำบลบ้านกร่ำ อำเภอแกลง อันเป็นภูมิลำเนาเดิม ส่วนมารดาได้เข้าไปอยู่ในพระราชวังข้างหลัง ถวายตัวเป็นนางนมของท่านเจ้าหญิงจงกล พระธิดาในเจ้าฟ้ากรมหลวงอนุรักษ์เทเวศร์ เพราะฉะนั้น สุนทรภู่ก็เลยได้อยู่ในวังหลังกับมารดา แล้วก็ได้ถวายตัวเป็นข้าในกรมพระราชวังข้างหลัง ซึ่งสุนทรภู่ยังมีน้องสาวต่างบิดาอีกสองคน ชื่อฉิมและก็นุ่ม

สุนทรภู่ นักกวี

 

“สุนทรภู่” ได้รับการศึกษาในพระราชวังหลังแล้วก็ที่วัดชีปะขาว (วัดศรีสุดาราม) ต่อมาได้เข้ารับราชการเป็นเสมียนนายระวางกรมพระคลังสวน ในกรมพระคลังสวน แต่ว่าไม่ชอบทำงานอื่นนอกจากแต่งบทกลอน ซึ่งสามารถแต่งได้ดีตั้งแต่ยังหนุ่ม เพราะตั้งแต่เยาว์วัยสุนทรภู่มีนิสัยรักแต่งกลอนยิ่งกว่าอื่นใด ครั้งหนุ่มก็ไปเป็นคุณครูสอนหนังสืออยู่ที่วัดศรีสุดารามในคลองบางกอกน้อย ได้แต่งกลอนสุภาษิตรวมทั้งกลอนนิทานขึ้นไว้ เมื่ออายุราว 20 เรื่อง

ต่อมาสุนทรภู่ลอบรักกับนางข้าหลวงในวังหลังคนหนึ่ง ชื่อแม่จัน ซึ่งเป็นบุตรหลานผู้มีตระกูล ก็เลยถูกกรมพระราชวังข้างหลังกริ้วโกรธจนกระทั่งให้เฆี่ยนตีแล้วก็ติดคุกคนทั้งคู่ แม้กระนั้นเมื่อกรมพระราชวังหลังเสด็จทิวงคตในปี พุทธศักราช 2349 ก็เลยมีการอภัยโทษแก่ผู้ถูกลงโทษทั้งหมดทั้งปวงถวายเป็นพระราชกุศล หลังจากสุนทรภู่ออกจากคุก เขากับแม่จันก็เดินทางไปหาบิดาที่อำเภอแกลง จังหวัดระยอง แล้วก็มีบุตรร่วมกัน 1 คน ชื่อ “พ่อพัด” ได้อยู่ในความอุปการะของเจ้าครอกทองอยู่ ส่วนสุนทรภู่กับแม่จันก็มีเรื่องมีราวระหองระแหงกันเสมอ จนกระทั่งภายหลังก็เลิกรากันไป

วันที่ 26 มิ.ย รำลึกถึง วันสุนทรภู่

 

สุนทร โวหาร

หลังจากนั้น สุนทรภู่ ก็เดินทางเข้าวังหลัง และได้โอกาสได้ติดตามพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ในฐานะมหาดเล็ก ตามเสด็จไปในงานพิธีวันมาฆบูชา ที่อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี เมื่อปี พุทธศักราช 2350 แล้วก็เขาก็ได้แต่ง “นิราศพระบาท” พรรณนาเหตุการณ์ในการเดินทางคราวนี้ด้วย และหลังจาก “นิราศพระบาท” ก็ไม่ปรากฏผลงานใดๆของสุนทรภู่อีกเลย

จนกระทั่งเข้ารับราชการในปี พุทธศักราช 2359 ในรัชสมัยรัชกาลที่ 2 สุนทรภู่ได้เข้ารับราชการในกรมพระอาลักษณ์ และก็เป็นที่โปรดปรานของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จนแต่งตั้งให้เป็นกวีที่ปรึกษาและคอยรับใช้ใกล้ชิด เนื่องจากเมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงแต่งกลอนบทละครในเรื่อง “รามเกียรติ์” ติดขัดไม่มีผู้ใดต่อกลอนได้ต้องพระราชหฤทัย ก็เลยโปรดให้สุนทรภู่ทดสอบแต่ง ปรากฏว่าแต่งได้ดีเป็นที่พอพระราชหฤทัย จึงทรงพระกรุณาฯ เลื่อนให้เป็น “สุนทรโวหาร

วันที่ 26 มิ.ย วันสุนทรภู่

สุนทรภู่ นักประพันธ์

 

ต่อมาในราว พุทธศักราช 2364 สุนทรภู่ต้องติดคุกเนื่องจากเมาสุราอาละวาดและก็ทำร้ายท่านผู้ใหญ่ แต่ว่าติดอยู่ไม่นานก็พ้นโทษ เพราะพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงติดขัดบทพระราชนิพนธ์เรื่อง “สังข์ทอง” ไม่มีผู้ใดแต่งได้ต้องพระราชหฤทัย ทรงให้สุนทรภู่ทดสอบแต่งก็เป็นที่พอพระราชหฤทัย ภายหลังพ้นโทษ สุนทรภู่ได้เป็นพระอาจารย์ถวายอักษรสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าอาภรณ์ พระราชโอรสในรัชกาลที่ 2 และเชื่อกันว่าสุนทรภู่แต่งเรื่อง “สวัสดิรักษา” ซึ่งในระหว่างรับราชการอยู่นี้ สุนทรภู่สมรสใหม่กับแม่นิ่ม มีบุตรร่วมกันหนึ่งคน ชื่อ “พ่อตาบ”

“สุนทรภู่” รับราชการอยู่เพียงแค่ 8 ปี เมื่อถึงปี พุทธศักราช 2367 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยเสด็จสวรรคต ต่อไปสุนทรภู่ก็บวชที่วัดราชบูรณะ (วัดเลียบ) อยู่ตรงเวลา 18 ปี ระหว่างนั้นได้ย้ายไปอยู่วัดต่างๆหลายที่ เป็นต้นว่า วัดเลียบ, วัดแจ้ง, วัดโพธิ์, วัดมหาธาตุ และก็วัดเทพธิดาราม ซึ่งผลจากการที่ภิกษุภู่เดินทางธุดงค์ไปที่ต่างๆทั่วประเทศ ปรากฏผลงานเป็นนิราศเรื่องต่างๆมากมายก่ายกอง งานเขียนชิ้นท้ายที่สุดที่ภิกษุภู่แต่งไว้ก่อนลาสึก คือ “รำพันพิลาป” โดยแต่งขณะจำพรรษาอยู่ที่วัดเทพธิดาราม พุทธศักราช 2385

ทั้งนี้ ระหว่างที่เริ่มเดินทางธุดงค์ ภิกษุภู่ได้รับการอุปการะจากพระองค์เจ้าลักขณานุคุณ จนกระทั่งพระองค์ประชวรสิ้นพระชนม์ สุนทรภู่ก็เลยลาสิกขา รวมอายุปีที่บวชได้โดยประมาณ 10 พรรษา สุนทรภู่ออกมาตกระกำลำบากอยู่พักหนึ่งก็เลยกลับเข้าไปบวชอีกรอบหนึ่ง แม้กระนั้นอยู่ได้เพียงแต่ 2 ปี ก็ลาสิกขา และถวายตัวอยู่กับเจ้าฟ้าน้อย หรือสมเด็จเจ้าฟ้าจุฑามณี กรมขุนอิศเรศรังสรรค์ พระราชวังเดิม รวมทั้งได้รับอุปการะจากกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพอีกด้วย

ในยุครัชกาลที่ 4 เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ครองบัลลังก์ ทรงสถาปนาเจ้าฟ้า กรมขุนอิศเรศรังสรรค์ เป็นพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ประทับอยู่วังหน้า (พระบวรราชวัง) สุนทรภู่ก็เลยได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น “พระสุนทรโวหาร” ตำแหน่งเจ้ากรมพระอาลักษณ์ฝ่ายบวรราชวังในปี พุทธศักราช 2394 และรับราชการต่อมาได้ 4 ปี ก็ถึงแก่มรณกรรมใน พุทธศักราช 2398 รวมอายุได้ 70 ปี ในเขตพระราชวังเดิม ใกล้หอนั่งของพระยามณเฑียรบาล (บัว) ที่เรียกชื่อกันว่า “ห้องสุนทรภู่”

สำหรับทายาทของสุนทรภู่นั้น เชื่อกันว่าสุนทรภู่มีบุตรชาย 3 คนเป็น”พ่อพัด” เกิดจากภรรยาคนแรกคือแม่จัน, “พ่อตาบ” มีต้นเหตุที่เกิดจากภรรยาคนที่สองเป็นแม่นิ่ม รวมทั้ง “พ่อนิล” เกิดจากภรรยาที่ชื่อแม่ม่วง นอกจากนี้ ปรากฏชื่อลูกบุญธรรมอีกสองคน ชื่อ “พ่อกลั่น” และก็ “พ่อชุบ” แต่ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ทรงตราพระราชบัญญัติสกุลขึ้น และตระกูลของสุนทรภู่ได้ใช้สกุลต่อมาว่า “ภู่เรือหงส์” ด้วยเหตุนี้เอง วันที่ 26มิ.ย ของทุกปีคือ วันสุนทรภู่

แหล่งที่มา วันสุนทรภู่

แสดงความคิดเห็นที่นี่

คุณอาจสนใจบทความเหล่านี้:

Comments

comments